Sumon's profileDewiEs deWPhotosBlogListsMore Tools Help

Sumon Dew

There are no music lists on this space.

DewiEs deW

September 27

First day in London

และแล้ว กะเหรี่ยงคอสั้น (ขาก็สั้น แต่หลังยาว ... ยาวอย่างเดียวนะยังไม่อาน) ก็เดินทางมาถึง UK

พอลงจากเครื่องบุ้ปก็ต่อแถวยาวค่ะ ยาวมาก ไม่รู้ว่าต่อทำไม เห็นพวกนักเรียนไทยเค้าต่อกัน ก็ต่อด้วย หลังๆเลยทราบว่า "For first time student" โอเช เป็นอันว่ามาถูกแถวแล้ว เครื่องลงตอน 7.30 สุมนมาลย์ เข้า immigration ตอน 10.30 เฮือกกกก กว่าสามชั่วโมงในแถว first time student

กว่าจะผ่านขั้นตอนต่างๆ มาที่ กระเป๋าเดินทาง เค้าก็แทบจะเอากระเป๋าไปทิ้งอยู่แล้ว (ดีนะเนี่ยกระเป๋าหนัก คนจะเอาไปทิ้้งเค้าเลยลังเลว่าจะยกไปดีป่าว)

แบกของกว่า 40 โล ใกล้ๆ 50 อ่ะค่า เดิน และเดิน และเดิน มายังถานีรถใต้ดิน ขึ้น Tube อีกชั่วโมงก็มาถึง Holborn station (อ่านว่า ฮอลล์เบิร์ลน อ่านผิดเค้าจะฟังกันไม่รู้เรื่องนะคะคุ้ณ)  หอ (ที่จากนี้ไปจะใช้สรรพนามว่าบ้าน) อยู่ถนน high holborn (ถ้าสงสัยวิธีการออกเสียงของ Holborn ให้กลับไปดูข้างต้น) เดินจากใต้ดินมาอีกประมาณครึ่งโล (ปกติไม่ไกล เดินได้ แต่วันนี้ของหนัก เลยดูไกล)

แย่ละ Check in ได้ตอนบ่ายสอง ตอนนี้เที่ยงครื่ง สุมนมาลย์จัดการฝากของ และออกไปหากิน (หมายถึงอาหารกลางวันน่ะค่ะ) เดินมาสอง สามก้าว สีส้มแตะตามาก (ตอนนี้จำชื่อร้านไม่ได้ แต่จำได้ว่ามีคำว่า Chicken เอาเป็นว่าร้านนี้มันขายไก่ทอดประมาณ KFC ละกัน) เห็นป้ายโฆษณา "Mighty Box - 5 ปอน์ด" สมนมาลย์ ตรงเข้าไปสั่งด้วยความหิว หารู้ไม่ว่า Mighty box ประกอบด้วย แฮมเบอร์เกอร์ไก่ทอด ไก่ทอดหนึ่งชึ้น แฟรนซ์ฟรายใหญ่มาก (ประมาณใหญ่ของ Mc เมื่องไทยสองอันรวมกันน่ะ) น้ำองุ่น Ribena 1 ขวด และ ถั่วต้มในซ้อสแดงอีกหนึ่งกระป๋อง ตอนทานทรมานมาก เนื่องจากว่า อิ่มแล้วแต่ว่าเสียดายตังค์ อิ อิ สุดท้ายก็... หมด

จัดของเล็กน้อยพอเป็นพิธี (อีกนัยหนึ่งคือการโยนๆของเข้าไปในตู้) ก็ได้เวลาสำรวจสถานที่ เดินกลับไปทางร้านสีส้ม ก็พบว่ามีอีกร้านชื่อ Old Dutch Bla Bla (จำชื่อเต็มไม่ได้อีกแระ เอาเป็นว่ามีคำว่าOld Dutch ละกัน) เพิ่งรู้วันนี้เองว่า ร้านนี้อร่อยเป็น Pancake และใส่ Topping ต่างๆ

จากเดินกลับไปตรงสถานีก็จะพบ "Sainbury's" Super ที่มีอาหารทุกอย่างที่(ฝรั่ง)ต้องการ... ข้างๆ Sainbury's มี Boots (ร้านขายยาที่สามารถซื่อเครื่องสำอางได้ด้วยน่ะ)  ร้านผลไม้ข้างทางที่ขายสตอเบอร์รี่ถูกกว่าส้ม และ Car phone warehouse (ให้ทายว่าร้านนี้ขายรถหรือขายโทรศัพท์ ... ร้านนี้ขายโทรศัพท์เคลื่อนที่ เลยมีคำว่า Car เพื่อบอกว่าเคลื่อนที่ได้เหมือนรถ เลยชื่อว่า Car phone ... อันนี้มั่วเองล้วนๆ)  อยู่อีกฟากของถนน

ตอนซื้อโทรศัพท์ที่เคลื่อนที่ได้เหมือนรถ ลังเลอยู่นานมาก มีสามตัวเลือก
1.) BB ที่กำลัง in trend พร้อมทั้งรายเดือนแสนแพง กับ Contact 12 เดือน ( BB ย่อมาจาก BlackBurry แบบที่ผู้บริหารระดับสูงของ บ.บ้านน้ำแพง ใช้ นะคะ ไม่ใช่  Base of Base Cream แบบที่พนักงานระดับล่างของ บ.บ้านน้ำแพง ใช้ ... หมายเหตุ บ. บ้านน้ำแพง เป็นคำแปลอย่างเป็นทางการของบริษัท Price Waterhouse Coopers)
2.) เครื่องธรรมดาเหมาะกับฐานะ และ Prepaid card
3.) Prepaid SIM เอามา Mix and match กับ SUMSUNGรุ่น โอลิมปิค เครื่องเดิม

ในที่สุด ก็ได้ Nokia พร้อม Prepaid SIM และ Top up 20 ปอนด์ ทั้งหมดในสนนราคา 30 ปอนด์ เมื่อมาเปิดดูที่บ้าน... ซวยแระ โทรศัพท์เติมเงินที่นี่ ไม่ได้ขูดๆ แล้วโทรไปคุยกับ IVR (Interactive Voice Recorder) เหมือนอย่างเมืองไทยนี่นา มันมีวิธีการเติมเงินที่ยุ่งยากแต่ในโบว์ชัวร์เขียนว่าง่ายดังนี้
1) Credit/Debit card - ซึ่งยังไม่มีซักใบ
2) ATM - ซึ่งยังไม่มีซักใบเช่นกัน
3) Vouchers - จะไปเอามาจากไหน Seven eleven ที่นี่ก็ไม่มีซะด้วย
4) E Top up Card - คืออะไรเหรอ ต่างจากVouchers ป่ะ

เอาเป็นว่าจะต้องปวดหัวอีกทีเมื่อ20ปอนด์แรกหมดไปละกันนะ

เมื่อได้เครื่องพร้อมSIM ในราคาที่ถูกที่สุดในเกาะอังกฤษมาแล้ว (อ้างอิงจากข้อมูลวันที่ 22 กันยา กลุ่มตัวอย่างในร้านCar phone warehouseสาขาฮอลล์เบิร์ลน) ก็กลับบ้านด้วยความสบายใจ
May 09

Do you wanna count in Korean?


 

숫자쏭 - Number Song

① 일초라도 안보이면

② 이렇게 초조한데

③ 삼초는 어떻게 기다려

이야이야 이야이야

④ 사랑해 널 사랑해

⑤ 오늘은 말할거야

⑥ 욱십억 지구에서 널만난건

⑦ 실럭키야

사랑해 요기조기 한눈팔지말고 나를봐

좋아해 나를 위해 웃는 미소 매일매일 보여줘

⑧ 팔딱팔딱 뛰는 가슴

⑨ 구해조오 내마음

⑩ 십년이가도 너를 사랑해

언제나 이맘 변치 않을게

May 01

Lovely Month

ในที่สุด เดือนที่รอคอยก็มาถึง...
เดือนนี้หยุดงานทั้งเดือนเร้ย... ไปเที่ยวไหนดีล่ะทีนี้... ก่อนอื่นตามแผนที่วางไว้แล้ว ปลาเดือนจาไปอเมกาใช่ปะ
วันที่1 ถึง วันที่ 16 อ่ะ ว่าง เราจะใช้เวลาวันละสองชั่วโมงอ่านหนังสือสอบ (ทำได้ป่าวก็ไม่รู้)
ณิมน - Pan's อ่ะจะไปดูวันไหนมันจะออกอยู่แล้วนะ... ไปพรุ่งนี้มะหล่ะ
ใครมีโปรแกรมอย่าลืมโทรมาชวนนะ นะ นะ
 
March 25

My best friend's wedding

หุหุหุ เพื่อนเราขายออกไปแล้วอีกหนึ่ง คราวนี้เป็นเพื่อนสนิทซะด้วยจิ
และสิ่งที่เรามักจะทำเป็นประจำในงานแต่งงานเพื่อนก็คือแต่งเพลง คราวนี้ออกจะขลุกขลักซักเล็กน้อย เพราะในกลุ่มเนี่ยไม่ใช่กลุ่มนักดนตรีเหมือนอย่างเพื่นอคนที่แล้ว
ตอน JC แต่งงานเราก็แค่แต่งเพลง และก็ยกให้เพื่อนคนอื่นๆไปจัดการทำให้มันออกมาเป็นเพลงใช่ปะ คราวนี้มองไปรอบๆไม่มีใครสามารถทำได้เลยอ่ะ
เริ่มจากการอัดเสียง Piano ซึ่งอัดประมาณ 28 ครั้งยังไม่มีรอบที่ใช้ได้เลยสักครั้ง สรุปคือวันนั้นทั้งวันน่ะ ยังไม่ได้อย่างที่อยากได้เลย
ใช้เวลาอัดทั้งสิ้นสองวันด้วยกัน ตอนท้ายมาถามคนที่ช่วยอัดให้เค้าบอกว่าเราเล่นไปทั้งหมด 57 รอบ ไม่รวมรอบที่ชอบที่สุดคือ รอบที่ 58
จากนั้นก็ส่งไปให้คนร้องที่ถูก Export ไปสิงคโปร์แล้ว เราไม่รู้ว่าคนร้องใช้เวลาอัดกี่ครั้งนะ แค่รู้ว่าส่งมาให้เราสองรอบแล้วโดนให้ร้องใหม่ มาใช้ได้เอารอบที่ 3 น่ะ
กว่าจะเสร็จได้เนี่ยเหนื่อยทั้งคนเล่นคนร้องเลยใช่ปะ ขอบคุณ"พี่อ๋า"นักร้องสุดหล่อมากๆนะคะ เพลงนี้เพราะได้เพราะคนร้องดีน่ะเนี่ย
และที่จะลืมไม่ได้ก็คือ "เพชร" ที่วิจารณ์และให้คำแนะนำกับเพลงนี้นะ รอฟัง version จริงๆ ที่งานละกันนะ
 
เดือนหน้าก็จะถึงวันแต่งงานจริงแล้ว คราวนี้ก็มาถึงรายชื่อเพลงอื่นๆที่จะเล่นในงาน จากการสำรวจเพลงที่เราพอเล่นได้แล้วเนี่ย ก็ได้มาประมาณสิบเพลงแล้ว บางเพลงก็หาคนร้องได้แล้วล่ะ บางเพลงยังขาดคนร้องอยู่นะ ใครอยากเกิด หรืออยากได้อานิสงให้ขายออกเป็นรายต่อๆไปก็มาลงชื่อร้องเพลงซะนะ โทรมานัดเวลาซ้อมได้เลย แต่ที่แน่ๆเพลงนึงที่ต้องใช้ก็คือ
"เพลง Theme ประกอบ animation ในงาน คือ "ยังไงก็รัก" ของ พี่ไก่ สมพล แต่ในงานจะร้องโดย น้องป๋อง (ใช่ปะ??)"
 
จากงานนี้เราก็ได้ความคิดใหม่ว่าพวกเราน่าจะไปรับจ้อบเป็น Wedding planner เนอะ คนแต่งเพลง,คนทำanimation, MC, คนจัดดอกไม้ก้มีครบเลยอ่ะ
 
แล้วเจอกันที่งานนะจ้ะ
 
ปล. พี่อ้อ กับ พี่แอน บอกว่าจองช่อดอกไม้ ถ้ายกช่อดอกไม้ให้พี่อ้อพี่อ้อถึงจะยอมมาร้องเพลงให้ ถ้าให้พี่แอนพี่แอนก็ถึงจะมาร้องเพลงให้เหมือนกัน ไม่ต้องแย่งกันค่ะพี่ๆ เดี๋ยวน้องสั่งทำพิเศษให้คนละช่อ แต่ช่อจริงที่เจ้าสาวถือน่ะน้องจองแล้วคนแรกค่ะ หุหุหุ
 
 
 
October 21

งาน งาน งาน

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เหมือนจะเป็นช่วงที่เหนื่อยที่สุดในชีวิตการทำงาน
งานก็ไม่ได้เยอะมากกว่าปกติมากเท่าไหร่หรอกนะ แต่ทำไมมันดูยุ่งก็บอกไม่ถูก คงเพราะเดี๋ยวก็ต้องทำอันนั้นส่งคนนี้ ทำอันนี้ส่งคนนั้น งานที่ทำมันก็เลยต้องแยกๆกันออกไป ไม่ได้ใช้สมาธิกับอะไรให้เสร็จไปเป็นอย่างๆ นอกจากจะทำให้ productivityลดลง เหนื่อย และ หงุดหงิดแล้ว ก็จะพาลเอากะคนรอบๆข้างไปซะหมด (โทษทีนะคะ ถ้าไปเผลอหงุดหงิดใส่ใคร) จนหมดสัปดาห์ไปงานก็ยังไม่เสร็จ ส่วนที่เสร็จก็ยังงงๆไม่รู้ว่าใช้ได้จริงหรือเปล่า
เมื่อก่อนเราจะใช้วิธีของ Jini ว่า ให้ Prioritize สิ่งที่ต้องทำ และทำอย่างมีplan แต่ตอนนี้ ลองprioritize ดูแล้วทุกอย่างมาอยู่อันดับหนึ่งหมดเลยอ่ะ ส่วนอันที่Planที่มีก็ดูจะไม่work แย่จังเลยเนอะ ถ้าJiniยังอยู่ก็จะมีวิธีอะไรมาช่วยเราแก้ปัญหาแน่ๆ
 
แต่วันนี้เราไปสยามมาหล่ะ (เห็นบ่นว่างานเยอะใช่มะ) ก็ไปเดินสยามมาทั้งๆที่งานไม่เสร็จนั่นแหละ จะทำไมเหรอ
 
พรุ่งนี้จะทำงานแล้วล่ะค่ะ สัญญา...
 
 
July 10

Dear Jini

As the best friend, you stood by me when I cry.
As the best friend, you encouraged me how to try.
As the best friend, you turned the bright side to my mind.
The best of you was not you love me, but you taught me how to love others.
 
Dear Jini... my best friend...
 
I still remember your last words. Your worlds are still blowing in the wind around me. Surrounding with those words, I can smile.
 
This year many good things and bad things happened into my life. Surely, Good things must be happened much more than bad things. Sometimes, I use to stop and be wondered - when I'm sad, thinking of you make me feel better. Ooops, Sorry, I not only think of you when I'm sad, I think of you when I'm happy too.
 
I'll not say "I remember", coz there may be one day of forgetfulness. I'll say "I know". "I know the way you teach me to look this world, to look those people and to look into myself."
 
3rd year of your departure, Don't worry, I had smile more then tears
 
RIP Jini
 
Jinier.
May 21

My eating week

หลังจากกลับมาจากการไปเที่ยวอย่างสนุกสนานและอิ่มอร่อยตลอดการเดินทาง
 
กลับมาเราก็ต้องไปทำงานแถวๆเพลินจิต แถวนั้นเหรอ ก็ซอยร่วมฤดีไง อาหารอร่อยๆเพียบเลย แต่เราก็ไม่ได้แวะเข้าไปแถวนั้นเลยนะ เราได้ไปทานส้มตำรสชาติดีที่ร้านอร่อยแน่นอน (ท่ามกลางสายฝน) ร้านนีอร่อยสมชื่อจริงๆค่ะ รับประกัน วันต่อมาก็มาทานที่ร้านอาหารแถวๆบ้าน (อยู่ปากซอยหน้าบ้านเลยค่ะ แต่ไม่เคยได้เข้าไปทานซักทีจนมีคนพาไปทานเนี่ยแหละ) อาหารก็อร่อยดีค่ะ (อร่อยเป็นบางอย่างนะ) และวันสุดท้ายเราก็ไปทานอาหารอิตาลีที่ ปันปันหลังสวน ไปทานร้านนี้บ่อยมากตอนอยู่มหาลัย พอทำงานก็ไม่ค่อยได้ไป ปันๆยังอร่อยเหมือนเดิม แต่รายการขนมลดลงอ่ะ เมื่อก่อนจำได้ว่ามีเมนูขนมหนึ่งเล่มเลย ตอนนี้เหลือแค่หนึ่งหน้าแล้ว ไอศรีมก็มีรสน้อยลง แต่มีรสพวกเชอเบตผลไม้เพิ่มขึ้น อยากได้รสชาติไอศรีมอิตตาลีมากกว่ารสเชอเบตผลไม้ไทยอ่ะ มันไม่เข้ากับร้านเลย
 
เพื่อนๆรอก่อนละกันนะ เรื่องกะรูปตอนไปเที่ยวอ่ะ เดี๋ยวเราขียนให้อ่านวันหยุดละกัน
 
 
There are no photo albums.
No list items have been added yet.